::
ประวัติ :: |
| 30
เมษายน 2527 |
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลพบุรี
โดย ร้อยตำรวจเอกนายแพทย์ส่ง ศรีสุภาพ ได้รับอนุมัติ
ิจากกรมธนารักษ์ โดย ความยินยอมของกองทัพบก ให้ใช้ที่ราชพัสดุบริเวณด้านตรงข้าม
โรงพยาบาลลพบุรีเพื่อขยายอาคาร ๆ ของโรงพยาบาลลพบุรี |
| 30 ธันวาคม
2528 |
โรงพยาบาลลพบุรีได้เสนอร่างโครงการจัดตั้งศูนย์รักษาโรคมะเร็งในเขต
1
(เขตสาธารณสุขสมัยนั้น) บนพื้นที่ดังกล่าวให้ กระทรวงสาธารณสุขพิจารณา
และได้รับทราบจากกระทรวงสาธารณสุขว่าไม่มีงบประมาณที่จะสนับสนุนได้ |
| 12 พฤศจิกายน
2529 |
จังหวัดลพบุรีได้เสนอร่างโครงการจัดตั้งศูนย์รักษาโรคมะเร็งนี้
ไปยังรองนายกรัฐมนตรี
พลเอกเทียนชัย ศิริสัมพันธ์ เพื่อให้ขอความช่วยเหลือจากประเทศฝรั่งเศส
ในวาระที่ประเทศไทยได้เจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศฝรั่งเศสมาเป็นเวลา
300 ปี
ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีได้แสดงความคิดเห็นสนับสนุนโครงการนี้มายังกระทรวงสาธารณสุข |
| 9
กรกฎาคม 2530 |
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
นายเทอดพงษ์ ไชยนันท์ ได้มอบหมายให้กรมการแพทย์
ซึ่งมีนายแพทย์ ณรงค์ สดุดี เป็นอธิบดี พิจารณาโครงการ และเห็นควรสนับสนุน
|
| 2 กันยายน
2530 |
ที่ประชุมกระทรวงสาธารณสุขเห็นชอบในหลักการจัดตั้งศูนย์นี้
และให้พิจารณาหน่วยงานที่สมควรรับผิดชอบ โดยปลัดกระทรวงสาธารณสุข
นายแพทย์ไพโรจน์ นิงสานนท์ ได้ให้กองโรงพยาบาลภูมิภาคพิจารณา |
| 28 กันยายน
2530 |
กองโรงพยาบาลภูมิภาค
ได้สรุปผลการพิจารณาเสนอกระทรวงสาธารณสุขเห็นชอบ
ควรมอบให้กรมการแพทย์เป็นหน่วยงาน รับผิดชอบโดยตรง
และในการดำเนินการให้ประสานกับโรงพยาบาลลพบุรีอย่างใกล้ชิด |
| 3 ตุลาคม
2530 |
กระทรวงสาธารณสุขมอบให้กรมการแพทย์รับผิดชอบในการจัดตั้ง
ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งที่จังหวัดลพบุรี
ซึ่งกรมการแพทย์ก็ได้มอบให้สถาบันมะเร็งแห่งชาติเป็นผู้ดำเนินการในเวลาต่อมา |
| ช่วงปี พ.ศ.2531 |
ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ
โดย เรือโท นายแพทย์พิสิษฐ์
ได้เสนอโครงการจัดตั้งศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งส่วนภูมิภาค
ตามแนวความคิดของ นายแพทย์สมชาย สมบูรณ์เจริญ
(ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติคนแรก) ไปยังกระทรวงสาธารณสุข
โดยมีเหตุผลที่สำคัญดังนี้
1. เพื่อขยายการบริการ การตรวจและรักษาโรคมะเร็งให้แก่ประชาชน
ทุกภูมิภาคอย่างทั่วถึง
2. เพื่อลดปัญหาค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยในภูมิภาค
ที่ต้องเดินทางมาขอรับการตรวจรักษาในส่วนกลาง
3. เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมเครื่องมือในการตรวจรักษามะเร็งที่ทันสมัย
และราคาแพงไว้ในที่เดียวกัน ทั้งนี้เพื่อเป็นการประหยัดเงินงบประมาณ
4. เนื่องจากการรักษาโรคมะเร็งแตกต่างจากการรักษาโรตทั่วไป คือ
การรักษาโรคมะเร็ง จะต้องมีการ วางแผนการรักษาที่ผสมผสานทั้งทางด้านศัลยกรรม
รังสีรักษาสารกัมมันตรังสี สารเคมี ฯลฯ แบบครอบวงจร
ซึ่งจำเป็นจะต้องใช้
ผู้เชี่ยวชาญจากทุกฝ่าย ซึ่งมีจำนวนจำกัดมารวมกัน
5. เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้องมูลทางระบาดวิทยาของโรคมะเร็งในภูมิภาคต่าง
ๆ
ให้ถูกต้องสมบูรณ์ เพื่อใช้ว่างแผนในการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็ง
6. ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งส่วนภูมิภาค มีการดำเนินการในขอบเขตที่กำหนดไว้
โดยมีหน้าที่รับผิดชอบ ดังต่อไปนี้
+ รวบรวมเกี่ยวกับโรคมะเร็งในพื้นที่ ๆ รับผิดชอบ
+ ตรวจหามะเร็งระยะเริ่มแรก ให้ประชาชนในวัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง
ตามเป้าหมายที่กำหนด
+ ให้การรักษา ติดตามประเมินผล รวมทั้งให้การดูแลรักษา
อย่างต่อเนื่องในผู้ป่วยที่เป็นมากแล้ว
+ ประสานงานปับหน่วยงานอื่น ๆ ตามความจำเป็น
|
| 10 พฤษภาคม
2532 |
กระทรวสาธารณสุข
ได้ส่งโครงการจัดตั้งศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งส่วนภูมิภาค
และโครงการจัดตั้งศูนย์พัฒนาการควบคุมโรคไม่ติดต่อ ให้สำนักงานคณะกรรมการ
พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณาเสนอความเห็น
เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี |
| 21 มิถุนายน
2532 |
คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ได้พิจารณาเห็นควรสนับสนุน
โครงการจัดตั้ง ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งส่วนภูมิภาค |
| 25 กรกฎาคม
2532 |
คณะรัฐมนตรีได้ลงมติอนุมัติให้กระทรวงสาธารณสุข
ซึ่งมีนายชวน หลีกภัย
เป็นรัฐมนตรีว่าการฯ จัดตั้งศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งส่วนภูมิภาคขึ้น
|
| กันยายน
2532 |
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ
ได้ตั้องคณะกรรมการวางแผนจัดตั้งศูนย์ป้องกันและ
ควบคุมโรคมะเร็งส่วนภูมิภาคขึ้น โดยขั้นแรกจะจัดตั้งขึ้นใน 3 จังหวัดก่อนโดยมอบให้...
- เรืออากาศโทนายแพทย์สิริศักดิ์ ภูริพัฒน์ เป็นผู้รับผิดชอบดูแลศูนย์ฯมะเร็ง
จ.อุบลราชธานี
- นายแพทย์กิตติ จินดาจักษณ์ รับผิดขอบดูแลศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคมะเร็ง
จ.ชลบุรี
- นายแพทย์สุทธิเฉลิม จำเริญงาน รับผิดชอบดูแลศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคมะเร็ง
จ.ลพบุรี
ได้รับงบประมาณปี 2533 เป็นค่าครุภัณฑ์การแพทย์ 6 รายการ วงเงิน 52,547,500
บาท |
| 13 สิงหาคม
2533 |
สำนักงบประมาณได้อนุมัติให้กรมการแพทย์เปลี่ยนแปลงค่าครุภัณฑ์
เป็นค่าก่อสร้าง
ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคมะเร็ง จังหวัดลพบุรี ให้นำไปสมทบกับเงินบำรุง
ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติอีก 36,705,000 บาท รวมเป็นเงิน 50 ล้านบาท และเมื่อดำเนินการ
ก่อสร้างเสร็จ สถาบันมะเร็งแห่งชาติจะใช้เงินบำรุงของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ
จัดซื้อครุภัณฑ์การแพทย์ 6 รายการชดใช้คืน |
| 26 ตุลาคม
2533 |
เริ่มทำการถมที่ดิน
เพื่อก่อสร้างศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งจังหวัดลพบุร
ี จำนวน 17 ไร่ 3 งาน ซึ่งเป็นที่ราชพัสดุในควาดูแลของมณฑลทหารบกที่
13 จังหวัดลพบุรี
เสร็จสมบูรณ์ วันที่ 18 ธันวาคม 2533 โดยใช้เงินบำรุงของเรืออากาศโทนายแพทย์สิริศักดิ์
ภูริพัฒน์ เป็นผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ และนายแพทย์สุจินต์ พลากรกุล
เป็นอธิบดีกรมการแพทย์ |
| 19 พฤศจิกายน
2533 |
สำนักงบประมาณได้อนุมัติ
ให้ก่อสร้างอาคารศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคมะเร็ง จังหวัดลพบุรี
ในวงเงิน8,897,1000 บาท (ไม่รวบระบบสาธารณูปโภค) แต่จากการดำเนินการจ้างโดยพิเศษ
(หลังจากการประกวดราคาล้มไปแล้ว 2 ครั้ง) พบว่าค่าก่อสร้างสูงขึ้นเป็น
105,000,000 บาท
ซึ่งสูงกว่าราคาที่สำนักงบประมาณอนุมัติเป็นเงิน 16,029,000 บาท |
| 15 กรกฎาคม
2534 |
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
โดยนายแพทย์ไพโรจน์ นิงสานนท์
ได้อนุมัติจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัด หกชัยก่อสร้าง ก่อสร้างศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคมะเร็ง
จังหวัดลพบุรี ใน วงเงิน 105 ล้านบาทถ้วน ด้วยเงินงบประมาณ ปี 2533 จำนวน
25,475,000 บาท
ผูกพันงบประมาณปีต่อไปจำนวน 21,510,000 บาท และใช้เงินบำรุงสถาบันมะเร็งแห่งชาติ
สมทบเป็นจำนวน 58,014,500 บาท |
| กันยายน
2534 |
เริ่มก่อสร้างอาคารต่าง
ๆ ของศูนย์ป้องกันและควบคุม โรคมะเร็ง จังหวัดลพบุรี |
| 11 พฤษภาคม
2535 |
กรมการแพทย์ได้แต่งตั้งให้นายแพทย์สุทธิเฉลิม
จำเริญงาน จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ
ปฏิบัติราชการในตำแหน่งผู้อำนวยการ ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคมะเร็ง จังหวัดลพบุรี
|
| 17 สิงหาคม
2536 |
การก่อสร้างอาคารต่าง
ๆ ของศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคมะเร็ง จังหวัดลพบุรี แล้วเสร็จ |
| กุมภาพันธ์
2537 |
เริ่มก่อสร้างระบบสาธษรณูปโภค
โดยใช้เงินงบประมาณของศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคมะเร็ง
จังหวัดลพบุรี เป็นจำนวนเงิน 16,500,000 บาท เสร็จเรียบร้อยในเดือนกุมภาพันธ์
2538 |
| 1 พฤษภาคม
2538 |
เจ้าหน้าที่จำนวน
23 คน เข้าปฏิบัติงานเพื่อเตรียมความพร้อมในการให้บริการแก่ประชาชน
|
| 1 ตุลาคม
2538 |
กรมการแพทย์
แต่งตั้ง นายแพทย์กิตติ จินดาวัจักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ
รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งจังหวัดลพบุรี
แทนผู้อำนวยการคนเก่าซึ่งเกษีญณอายุราชการ |
| 11
ธันวาคม 2538 |
เปิดให้บริการตรวจ
วินิจฉัย และรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง ประเภทผู้ป่วยนอก ซึ่งประกอบด้วย
+ การตรวจสุขภาพทั่วไป รวมทั้งหามะเร็งระยะเริ่มแรก
+ การตรวจทางห้องปฏิบัติการพยาธิวิทยา
+ การตรวจทางรังสีวินิจฉัย
+ การตรวจอวัยวะต่าง ๆ ด้วยเสี่ยงความถี่สูง
+ การตรวจคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้า
+ คลินิกเต้านม
+ คลินิกทางเดินอาหาร และการส่องกล้องตรวจอวัยวะภายใน
+ การให้สุขศึกษาประชาสัมพันธ์แก่นักเรียนในจังหวัด |
| 1 กรกฎาคม
2539 |
เปิดรับผู้ป่วยใน
จำนวน 30 เตียง |
| 16 กุมภาพันธ์
2539 |
เริ่มรักษาโรคมะเร็งด้วยการผ่าตัด
|
| 27 กุมภาพันธ์
2539 |
เริ่มการรักษาโรคมะเร็งด้วยการฉายรังสี
(รังสีรักษา) |
| 9 เมษายน
2539 |
เริ่มการรักษาโรคมะเร็งด้วยยาเคมี
(เคมีบำบัด) |
| 1 กรกฎาคม
2539 |
เปิดรับผู้ป่วยใน
จำนวน 30 เตียง และเริ่มให้บริการรักษาโรคมะเร็งด้วยการใส่เม็ดแร่ |
| 19 พฤษภาคม
2540 |
รับโอน นายแพทย์ชัยพร
กันกา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส
มาดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคมะเร็ง จังหวัดลพบุรี
|
| 12 สิงหาคม
2542 |
เปิดรับบริการผู้ป่วยใน
เพิ่มขึ้นอีก 64 เตียง ปัจจุบันบริการผู้ป่วยในได้ทั้งหมด 156 เตียง
|
| 17 มกราคม
2543 |
เปิดศูนย์มะเร็งลพบุรี
อย่างเป็นทางการ |
| ปัจจุบัน
|
- เปิดให้บริการผู้ป่วย
- เปิดให้บริการผู้ป่วยนอกทั่วไป (ตรวจค้นหามะเร็งระยะเริ่มแรก, คลินิกเต้านม
,
คลินิกนรีเวช ,คลินิกทางเดินอาหาร, คลินิก หู คอ จมูก, คลินิกรับส่งต่อ)
- เปิดให้บริการรักษาด้านรังสีรักษา , ด้านเคมีบำบัด , ด้านศัลยกรรม,
ด้านรังสีวินิจฉัยร่วมและเวชศาสตร์นิวเคลียร์
- เปิดให้บริการด้านทันตกรรม
- เปิดให้บริการด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์
- เปิดให้บริการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องมือพิเศษ |